รีวิวหนังใหม่ เร็วแรงทะลุนรก Hobbs & Shaw 2019

เรื่องย่อ Hobbs & Shaw (2019) เร็วแรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์

ภาพยนตร์แอ็คชั่นบู๊ระห่ำภาคต่อ ที่หลายคนรอคอยคงจะไม่พ้น Fast & Furious ซึ่งสำหรับภาคใหม่นี้จะเป็นเรื่องราวของตำรวจยอดนักบู๊ Luke Hobbs และอภิมหาวายร้ายที่กลับตัวกลับใจอย่าง Deckard Shaw ที่ต้องมาร่วมมือกันอีกครั้งใ นการตามล่าเหล่าร้ายตัวเอ้อย่าง Brixton ที่มีความสามารถสูง และกำลังคิดจะครองโลกด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอาวุธชีวภาพ ซึ่งเขาพร้อมที่จะทำให้โลกใบนี้อยู่ในกำมือ ทำให้สองฮีโร่ที่เก่งกาจอย่าง ฮอบส์ และ ชอว์ ต้องมาร่วมมือกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่ง สาเหตุการมาร่วมมือกันในครั้งเป็นเพราะ Hattie Shaw น้องสาวของ Deckard Shaw เป็นเจ้าหน้าที่ของ MI6 หน่วยงานที่ต้องการตามล่าวายร้ายรายนี้

ในภาคนี้ผู้ชมจะได้พบกับความบ้าระห่ำของ ฮอบส์ และ ชอว์ ที่ต้องโคจรมาร่วมมือกันซึ่งถือว่าเป็นภาคแยกจากเรื่องหลักคล้ายกับในภาคของ โตเกียวดริฟ ที่เป็นเรื่องราวแยกเฉพาะออกมาของ Hahn และจะผูกความเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่องหลักในภาคต่อไป รับประกันเลยว่าจะได้พบกับความมันส์อย่างขีดสุด และยังมีการเสริมตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายตัวได้แก่ Hattie Shaw , Brixton , Madame M ตัวละครลึกลับที่เกี่ยวโยงกับเรื่องราวใน ภาคนี้ รวมถึงจะมีน้องชายของ ฮอบส์ โผล่มาในภาคนี้ด้วย เนื้อหาหลักจะเน้นการต่อสู้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ กับการขายฉากบู๊สุดอลังการทั้งเหิรฟ้าและบนดิน และจุดขายของจักรวาล Fast & Furious นั่นคือ รถซิ่งที่เร็วแรงและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ในภาคนี้ยังมีแน่นอนทั้ง 4 ล้อและ 2 ล้อที่จะทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกกับฉากมันส์ ๆ และกับความเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อของ ฮอบส์ และ ชอว์ ทำให้เรื่องราวนั้นตื่นเต้น สนุก และมีมุขตลกสอดแทรกแบบไม่เอียน

จากตัวอย่างหรือ ทีเซอร์ ที่ปล่อยออกมาในตอนนี้นั้น เชื่อว่าแฟนๆ Fast & Furious คงรับชมกันไปแล้ว และคงอยากชมกันในโรงภาพยนต์อย่างแน่นอน เพราะแค่ตัวอย่างสั้นๆเรียกน้ำย่อยคงทำให้หลายคนอยากดูความมันส์แบบอลังการงานสร้าง ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้กำกับโดย David Leitch ที่ผ่านงานกำกับภาพยนต์เรื่อง John Wick (แต่ไม่ได้รับเครดิตเพราะเป็นผู้กำกับร่วม) , Atomic Blonde , Deadpool 2 , Confessions of an Action Star , No Good Deed , The Division ก็น่าจะการันตีความมันส์และฝีมือได้เป็นอย่างดี และเขียนบทโดย Chris Morgan ร่วมกับ Drew Pearce ซึ่ง Chris Morgan เคยเขียนบทให้กับ Fast & Furious มาหลายภาค และมีผลงานสร้างชื่อมากมายอาทิเช่น Lloyd , S.W.A.T.,Cellular,Wanted ,47 Ronin ,The Vatican Tapes , The Mummy , Bird Box ส่วนผลงานของ Drew Pearce เคยผ่านการทำบทให้กับ Iron Man 3 , Marvel One-Shot: All Hail the King , Mission: Impossible – Rogue Nation ก็ถือว่าเป็นรวมยอดฝีมือทางด้านการโปรดิวซ์และบทภาพยนต์มาร่วมงานกันในเรื่องนี้

ตัวอย่างหนังใหม่ เร็วแรงทะลุนรก Hobbs & Shaw (2019)

จุดเด่นของ Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw (2019) คงต้องยอมรับว่าภาคนี้ขายความมันส์และบู๊ระห่ำ แตกต่างจากภาคอื่นๆ เพราะเนื้อหาจะแยกจากโครงหลักของ Fast & Furious อย่างชัดเจน ดังนั้นจุดเด่นจริงๆจึงอยู่กับสองตัวละครคือ ฮอบส์ และ ชอว์ ซึ่งหากย้อนไปในภาค 7 ของ Fast & Furious ที่สองตัวละครนี้ร่วมงานกันจะเห็นถึงเคมีความเข้ากันของตัวละครสองตัวนี้ และ ที่จะพูดถึงไม่ได้เลยคือ Hattie Shaw น้องสาวของ ชอว์ ที่จะต้องร่วมล่าวายร้ายไปกับสองหนุ่มคู่หูอันตรายในภาคนี้ และอีกตัวละครคือ Brixton บอสใหญ่ในภาคนี้ที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางชีวภาพที่เปลี่ยนตัวเองให้เป็นยอดมนุษย์ มีความแข็งแกร่งและเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีไซเบอร์ (น่าจะเชื่อโยงกับภาคต่อไป ) แน่นอนว่าฉากบู๊คือสิ่งที่แฟนๆภาพยนต์ Fast & Furious คาดหวังไม่ว่าจะเป็น ฉากขับรถไล่ล่ากันบนท้องถนน หรือ ฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่า และ ระเบิดถล่มแบบอลังการ แน่นอนว่าจากทีเซอร์นั้น เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว แต่ละฉากทำได้อย่างเนียนตา กับเทคนิคตัดต่อและซีจีขั้้นเทพ ที่ทำให้สนุกและอินไปกับฉากบู๊หลายฉาก รวมถึง การรับส่งบทของสองตัวละครที่ไม่น่าเชื่อว่าหนังเรื่องนี้ จะมีมุกตลกหน้าตาย ทีจะทำให้เห็นมุมมองของ ฮอบส์ และ ชอว์ ในแบบที่แตกต่างจากเดิม

ส่วนความน่าสนใจอื่นๆนั้น ตัวละครหลายๆตัวจาก Fast & Furious 8 ยังโผล่มาร่วมแจมและตัวละครใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น แม็กดาลีน ชอว์ (แม่ของ Deckard Shaw ) มาเทโอ ฮอบบส์ นี้ (น้องชายของ Luke Hobbs)ที่จะเปิดตัวในภาค , Brixton วายร้ายตัวพ่อที่สร้างเรื่องราวในภาคนี้ Madame M ผู้กุมความลับในหลายๆเรื่องราว เนื้อหาโดยรวมเน้นขายความมันส์อย่างที่เกริ่นไป แต่ก็ไม่ทิ้งกลิ่นอายแกนหลักของ Fast & Furious คือความผูกพันของตัวละคร ความเชื่อมั่นในเพื่อน และ ครอบครัว ซึ่งจะเห็นได้ในทุกภาคของหนังตระกูล Fast & Furious แม้ว่าตัวละครหลักจากภาคอื่นๆจะไม่ได้มาสมทบในภาคนี้ก็ตาม

Hobbs & Shaw 2019 เร็วแรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ เป็นทิศทางใหม่จริงหรือไม่

เร็วแรงทะลุนรก

การที่เป็นภาคแยกออกมาก็น่าจะเป็นผลมาจากการดำเนินเรื่องในทิศทางใหม่ หลังจากที่ปิดฉากตัวละครสำคัญ ไบรอัน โอคอนเนอร์ ซึ่งปิดฉากตัวละครตัวนี้ไปอย่างสมบูรณ์แบบ (แม้ว่าจะมาจากการเสียชีวิตของ พอล วอคเกอร์ ก็ตาม ) ซึ่ง Fast & Furious เริ่มทิศทางใหม่ในการไม่มีตัวละครสำคัญนี้ ซึ่งจาก Fast & Furious 8 จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการวางทิศทางใหม่ เสริมตัวละครใหม่ และจากการที่เคยทำภาคแยกอย่าง Tokyo Drift ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะเป็นเนื้อหาแยกออกมาเป็นเรื่องของ Hahn ที่ไปใช้ชีวิตกับแก๊งค์ยากูซ่า ในญี่ปุ่น ตามที่เคยได้สัญญากับ Gisele คนรักที่เสียชีวิตไปในภาค 6 ( แต่ภาพยนต์ทำออกมาก่อนที่จะผูกเรื่องเชื่อมโยงกัน) และการนำสองนักแสดงมากฝีมืออย่าง Dwayne Johnson , Jason Statham ซึ่งทั้งสองเริ่มมีบทบาทมากขึ้นใน Fast & Furious ทำให้มีความน่าสนใจสำหรับคอหนังแอคชั่น และหนังเองไม่ได้ขายแค่แฟนๆของ Fast & Furious เท่านั้นเพราะต้องการสร้างเป็นหนังแอคชั่นแห่งปี

แน่นอนว่าความคาดหวังของสาวกหนังรถซิ่งแอ็คชั่นบู๊เลือดสาดอย่าง Fast & Furious นั้นหลายคนมองว่านี่ไม่ใช่ Fast & Furious ในแบบที่คุ้นเคยเหมือนภาคก่อนๆ เพราะตั้งแต่ภาค 5 ดูเหมือนหนังจะหลุดธีมหลักและเข้าสู่การเป็นหนังบู๊แอคชั่นที่ไม่ได้เน้นขายแต่เรื่องการแข่งรถ ความมันของรถซิ่ง แต่เพียงอย่างเดียว รวมถึงนักวิจารณ์ภาพยนตร์ได้มองว่ าภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นเฟรนไชน์อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะยึดเหล่าตัวละครเดิม เป็นตัวเดินเรื่องพร้อมทั้งยังมีฉากแข่งรถ ที่ถือว่าเป็นจุดขายที่แข็งของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ก็ตาม แต่จากการที่หนังเปลี่ยนทิศทางเพิ่มตัวละครใหม่ๆเข้ามาทำให้มันกลายเป็นเหมือนหนังตลาดทั่วไปไม่ใช่ the fast and furious ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เหมือนภาค 1 ภาค 2 และภาค 3 และโดยเฉพาะกับการใช้ดารานักแสดงที่มาทางสายบู๊อย่างชัดเจนไม่ว่า จะเป็น Dwayne Johnson , Jason Statham

ก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางของหนังในภาคต่อไป ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งนักวิจารณ์หลายคนหลังจากได้ดูทีเซอร์แล้วนั้นต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า นับวันภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นหนังยอดมนุษย์เข้าไปทุกที อีกหน่อยไม่แน่อาจจะมี ไอรอนแมน หรือซุปเปอร์แมน มาแจมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงเสียงของนักวิจารณ์ที่ได้รับชมตัวอย่างในบางตอน ในซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นเราก็คงต้องรอคอยการฉายจริง และเสียงตอบรับของผู้ชมว่าเป็นแบบไหนแต่หากจะให้เราวิเคราะห์จากตัวอย่างและข้อมูลที่มีในตอนนี้ แล้วนั้นก็ถือว่ามีความแปลกใหม่ในกลิ่นอายของ Fast & Furious แตกต่างไปจากเดิมแน่นอนบทบู๊และ CG ถือว่าทำได้น่าสนใจ ระดับคะแนนในตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ในมาตรฐาน 7/10 จากบรรดานักวิจารณ์และผู้ชมที่ร่วมโหวตกันก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายจริง

เร็วแรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ Hobbs & Shaw 2019 กับ บทสรุปความเห็นก่อนหนังฉายจริง

แน่นอนว่ากับความคาดหวังจาก ที่เราได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกข องภาพยนตร์เรื่องนี้มาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในส่วนของนักแสดง และข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ ที่จะเป็นประโยชน์ก่อนการรับชมการเข้าโรงภาพยนตร์ฉายจริง ในต้นเดือนสิงหาคมที่จะมาถึงนี้ เราหวังว่าแฟนๆ ก็น่าจะได้ทราบกันบ้าง ถึงที่มาที่ไปและทำไมถึงต้องมีภาคแยกของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งจะว่าไปแล้วนักวิจารณ์ภาพยนต์หลายคนก็มองว่า fast and furious น่าจะใช้เส้นทางคล้ายกับภาพยนตร์ของ marvel อย่าง ไอรอนแมน จะมีทั้งเนื้อหาหลัก และมีภาคแยกของตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ แต่ละตัว ซึ่งหากเรามองย้อนไปตั้งแต่ fast and furious ภาค 1 ภาพยนตร์เรื่องนี้มี spinoff หรือภาคแยกจริงๆคือ โตเกียวดริฟ ภาคเดียวและ แน่นอนว่า นี่ก็จะเป็นอีกบททดสอบ ของทีมสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า หากทำ spinoff หรือภาคแยกออกมาเป็นครั้งที่ 2 จะได้รับการตอบรับจากแฟนๆหนังและสาวกของ fast and furious ตัวจริงหรือไม่

แต่หากให้เรามองเปรียบเทียบ spinoff ทั้ง 2 ภาคนั้น ก็ต้องถือว่า โตเกียวดริฟ คือความเป็น fast and furious อย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ฮาน เพียงคนเดียวก็ตาม (แต่เนื้อหาภาคนั้นก็ยังมีตัวละครอีกตัว ที่เป็นลูกศิษย์ของ ฮานและมีการคาดเดากันว่าเขาอาจจะมีส่วนรวมให้ภาคหลักต่อไปของ fast and furious ที่กำลังถ่ายทำอยู่ ) แต่เนื้อหาของหนังก็มาเชื่อมโยงกันในภาคอื่น และทำให้แฟนหนังเข้าใจได้ว่า ทำไมถึงต้องมี โตเกียวดริฟ และยังเป็นการเชื่อมโยงของตัวละครตัวใหม่ที่มีบทบาทสำคัญ แต่จะว่ากันไปจริงๆแล้วหากเรามองจากตอนที่ชมภาพยนตร์ ณ.ตอนนั้นเราคงไม่ได้คิดว่า fast and furious จะดำเนินเรื่องมาในทิศทางนี้เ พียงแต่จุดเปลี่ยนคือการปิดฉากของ ไบรอัน โอคอนเนอร์ ที่ทำให้ทิศทางของหนังต้องเปลี่ยนไป และอาจทำให้แฟนหนังหลายคนมองว่ามันไม่ใช่ fast and furious ที่คุ้นเคย

รีวิวหนังใหม่

บทสรุป รีวิวหนังใหม่ เร็วแรงทะลุนรก Hobbs & Shaw (2019)

แน่นอนว่าอาจมีทั้งนักวิจารณ์ และแฟนหนังเรื่องนี้ ที่อาจจะไม่พอใจไม่ถูกใจกับทิศทางของหนังที่เปลี่ยนไป แต่เราก็คงจะต้องยอมรับว่าภาพยนตร์ภาคต่อ ที่เป็นแฟรนไชส์ในลักษณะนี้ การขายเนื้อหาแบบเดิมมันก็จะทำให้หนัง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มันก็จะเป็นเหมือนแค่หนังรถแข่งที่มีเวอร์ชั่น 1 2 3 4 5 6 ไปไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนแค่การเล่นเกมขับรถแข่ง ตัวละครเดิมๆเนื้อหาเดิมๆ ตัวหนังเองก็ไม่มีความน่าสนใจ แต่ที่ Fast & Furious มันสามารถดำเนินมาได้จนถึงตอนนี้ เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลง ทั้งการเพิ่มตัวละคร การผูกเรื่องราวให้มีความน่าสนใจฉากแอ็คชั่น ที่เป็นจุดขายเพิ่มความอลังการมากขึ้นในทุกๆภาค รถแข่งที่ทุ่มทุนสร้าง แต่ละฉากออกมาได้สมจริง ทำให้แฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ยังติดตามดูกันทุกภาคไม่ว่าจะเป็นภาค spin off หรือเนื้อหาในภาคหลัก ดังนั้นเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจักรวาลของ Fast & Furious ก็น่าจะยังอยู่ และกับภาค 9 ที่กำลังถ่ายทำกันอยู่นี้ อีกไม่นานเกินรอก็จะได้รับชมกันประมาณกลางปีหน้า

แต่ตอนนี้ก็อยากจะเชิญชวนแฟนๆของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปดูเวอร์ชั่น สปินออฟ Fast & Furious Presents : Hobbs & Shaw (2019) เรื่องนี้กันก่อนและเรามาลองลุ้นกันว่า เนื้อหาในภาคนี้จะเชื่อมโยง หรือมีการดึงเนื้อหาจากภาคอื่นเข้ามาเสริมเพื่อให้มันเข้าสู่ในรูปแบบของการเป็น Fast & Furious หรือไม่ ซึ่งกำหนดฉาย คือ ช่วงต้นเดือนสิงหาคม นับว่าเป็นโปรแกรมทองของหนังดังหลายๆเรื่องเลยทีเดียวที่มักเข้าฉายช่วงนี้ และมาลุ้นกันว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำเงินติดอันดับ box office จากการใช้ในวันแรกและสัปดาห์แรกได้ขนาดไหน เสียงวิจารณ์หลังจากการชมภาพยนตร์แบบเต็มเรื่องจะออกมาในทิศทางใด ไม่ว่าจากแฟนภาพยนตร์ชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ และจากบรรดานักวิจารณ์ บอกได้คำเดียวเลยว่าหากคุณเป็นสาวก fast and furious และยังรักในครอบครัวของ ดอม โดมินิค โทเรตโต ไม่ควรจะพลาดเรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องแยกของคู่หูเฉพาะกิจอย่าง :Hobbs & Shaw ก็ตาม

รีวิวหนังใหม่

รายชื่อนักแสดง เร็วแรวทะลุนรก Hobbs & Shaw (2019)

Dwayne Johnson : รับบทเป็น ลุค ฮอบส์ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางที่ทำงานให้กับหน่วยงาน DSS ที่ตอนหลังเข้าร่วมมือกับ โดมินิค โทเรตโต หัวหน้าแก๊งค์รถซิ่งในหลายๆภารกิจ ผลงานของ Dwayne Johnson หรือ เดอะร๊อคนั้นคงไม่ต้องบอกว่าเขาผ่านงานแสดงมาขนาดไหน การันตีฝีมือการบู๊ระห่ำได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะมาเป็นนักแสดงเขาเป็นทั้งนักฟุตบอล นักมวยปล้ำ งานแสดงหลายๆเรื่องแฟนๆน่าจะคุ้นกันดีอาทิเช่น The Mummy Returns (2001) / The Scorpion King (2002) / The Rundown (2003) / Walking Tall (2004) เป็นต้นและเขาปรากฏตัวครั้งแรกใน Fast & Furious ภาค 5 เพื่อไล่ล่า โดมินิค โทเรตโต แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเพื่อนกัน

Jason Statham : รับบทเป็น เด็คการ์ด ชอว์ อดีตนายทหารหน่วยพิเศษของกองทัพ อังกฤษ ที่มาพัวพันกับแก๊งค์ของ โดมินิค โทเรตโต จากการที่น้องชายของเขา โอเว่น ชอว์ มีปัญหากับแก๊งค์นี้จนทำให้ถูก ฮอบส์ จับเข้าคุก และเข้าเป็นคนที่สังหาร ฮาน เพื่อล้างแค้น แต่สุดท้ายก็ต้องมาร่วมมือกัน ผลงานของ Jason Statham คงต้องบอกว่านับไม่ถ้วนแน่นอน แต่ที่แฟนๆภาพยนตร์ชาวไทยคุ้นเคยและเริ่มรู้จักเขาจริงๆคงจะมาจาก The Transporter กับการซิ่งรถและบู๊สุดมันส์ ซึ่งเขาผ่านงานภาพยนตร์ดังๆหลายเรื่องทีเดียวไม่ว่าจะเป็น หนังตระกูล The Transporter , Crank: High Voltage , Wild Card , Death Race , Cellular เป็นต้น ซึ่งเขามามีบทบาทสำคัญใน Fast & Furious ภาค 6 ที่มาแบบเต็มตัว และต่อเนื่องจนถึง ภาค 7 แต่การมาร่วมงานจริงๆนั้น เขาโผล่มาครั้งแรกใน Tokyo Drift ฉากสุดท้าย

Idris Elba : รับบทเป็น Brixton Lore เป็นอดีตเจ้าหน้าที่สายลับของ MI6 แต่ผันตัวมาเป็นผู้นำการก่อการร้ายทางไซเบอร์ และแปลงทางพันธุกรรม เป็นผู้บงการอาชญากรที่มีความขัดแย้งกับ ฮอบส์ และ ชอว์ และเขาเป็นบอสตัวร้ายที่สร้างไวรัสหวังทำลายล้างมนุษยชาติ ผลงานของ Idris Elba นั้นหลากหลายมากจริงๆ ถือว่าเขาเป็นนักแสดงชาวอังกฤษที่มีความสามารถสูง เพราะเขาไม่ใช่แค่นักแสดงอย่างเดียวแต่ยังเป็น ผู้กำกับ, นักเขียน , โปรดิวเซอร์ , นักดนตรี , ดีเจ, แร็ปเปอร์ , และ นักร้อง และเป็นนักแสดงซีรีย์หลายๆเรื่อง รวมถึงภาพยนต์ อาทิเช่น American Gangster (2007) , Thor (2011) , Thor: The Dark World (2013) , Thor: Ragnarok (2017), Avengers: Age of Ultron (2015) และ Avengers: Infinity War (2018) Pacific Rim (2013), Beasts of No Nation (2015)

Vanessa Kirby : รับบทเป็น แฮตตี้ ชอว์ น้องสาวคนสวยของ เด็คการ์ด ชอว์ ที่ทำงานกับ MI6 ที่ต้องไล่ล่าบอสตัวร้ายร่วมกับพี่ชายและคู่หู ผลงานของ Vanessa Kirby นั้นค่อนข้างหลากหลายเพราะเธอเป็นนักแสดง นางแบบ และผ่านงานทั้งภาพยนต์และโทรทัศน์ แต่ที่แฟนๆชาวไทยน่าจะคุ้นตากันมากที่สุดคือ Mission: Impossible – Fallout นอกจากนี้เธอยังได้รับบทเด่นๆในอีกหลายเรื่อง และได้รับรางวัลพอสมควรเลยทีเดียว แต่นักวิจารณ์นั้นมองว่า เธอจะสลัดความเป็น Alanna Mitsopolis จาก Mission: Impossible ได้หรือไม่ เพราะบทบาทใน Fast & Furious Presents : Hobbs & Shaw นั้นจะว่าไปก็มีความคล้ายคลึงกันในบางส่วนเพียงแต่ในเรื่องนี้จะบู๊หนักกว่า แต่ความเป็นผู้หญิงเก่งที่ต้องอยู่ท่ามกลางเหล่าอาชญากร และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ นั้นยังมีความคล้ายกันอยู่บ้าง

Eiza González : รับบทเป็น มาดามเอ็ม ตัวละครลึกลับ ผลงานของ Eiza González ซึ่งเธอเป็นทั้งนักแสดง นักร้อง นางแบบ เชื้อสายแม๊กซิกัน ที่มีความสามารถมาก เธอเรียนการแสดงมาอย่างเต็มตัว ทำให้หลายๆคนชื่นชอบในความสามารถ และมีผลงานที่โดดเด่น แต่ผลงานที่น่าจะคุ้นตาแฟนภาพยนตร์ชาวไทยคือ Godzilla vs Kong แต่ผลงานของเธอนั้นก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจเช่น Almost Thirty , Jem and the Holograms , Baby Driver เป็นต้น